<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SCPHC BLOG</title>
	<atom:link href="http://blog.scphc.ac.th/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.scphc.ac.th</link>
	<description>ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้</description>
	<lastBuildDate>Thu, 10 Jun 2010 18:27:38 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>โรคมะเร็งตับ</title>
		<link>http://blog.scphc.ac.th/?p=4250</link>
		<comments>http://blog.scphc.ac.th/?p=4250#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 May 2010 10:36:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MISSKITTITHORN NAOTHANOM</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.scphc.ac.th/?p=4250</guid>
		<description><![CDATA[มะเร็งตับพบมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง 2 เท่าขึ้นไปโรคมะเร็งที่พบมากในประเทศไทยมี 2 ชนิดคือ โรคมะเร็งของเซลล์ตับ และโรคมะเร็งท่อน้ำดีตับ โรคมะเร็งท่อน้ำดีตับ พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ  การรักษาโรคมะเร็งตับยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร มีอัตราการอยู่รอดต่ำมาก
สาเหตุ
1. การเป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบชนิดบี เป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุดในการ เกิดโรคมะเร็งของเซลล์ตับในคนไทย
2. โรคมะเร็งท่อน้ำดีตับ เกิดเนื่องจากพยาธิใบไม้ตับเป็นสาเหตุสำคัญร่วม กับการรับประ ทานอาหารที่มี ดินประสิว (ไนเตรท) และไนไตรท์ เช่น
ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาส้ม แหนม ไส้กรอก เบคอน ฯลฯ
3. การดื่มสุราเป็นประจำและการเคี้ยวหมาก
4. สารพิษอัฟลาทอกซิน ซึ่งเกิดจากเชื้อราบางชนิด พบในอาหารประเภทถั่ว ข้าวโพด พริกแห้ง เป็นสาเหตุสำคัญในการทำให้เกิดโรคมะเร็งตับ
ในประเทศจีนและอาฟริกา
5. ไวรัสตับอักเสบ ชนิดซี เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดโรคมะเร็งตับ  ในประเทศญี่ปุ่น ยุโรป และ บางส่วนของประเทศไทย
อาการ
1. เริ่มต้นด้วยอาการเบื่ออาหาร แน่นท้อง ท้องผูก
2. อ่อนเพลีย น้ำหนักลด และมีไข้ต่ำๆ
3. ปวดหรือเสียดชายโครงด้านขวา อาจคลำก้อนได้
4. ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโตและบวมบริเวณขาทั้ง 2 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.scphc.ac.th/?feed=rss2&amp;p=4250</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรคสมองเสื่อม</title>
		<link>http://blog.scphc.ac.th/?p=4247</link>
		<comments>http://blog.scphc.ac.th/?p=4247#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 May 2010 10:30:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MISSKITTITHORN NAOTHANOM</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.scphc.ac.th/?p=4247</guid>
		<description><![CDATA[ ปัจจุบันมีผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ดูแลต้องรับหน้าที่หนักหลายด้าน เพราะเหตุใด  มาหาคำตอบพร้อม ๆ กันครับ
                     ภาวะสมองเสื่อม เป็นภาวะที่ความสามารถทางสติปัญญาลดลง คิดและจำไม่ได้ เป็นโรคที่มักพบในผู้สูงอายุ ทำให้ผู้ที่เป็นมีอาการหลงลืม การใช้ภาษาผิดปกติ และพฤติกรรมรวมถึงอารมณ์เปลี่ยนไป
สาเหตุของโรคสมองเสื่อม
                    เกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งที่แก้ไขได้และไม่ได้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.scphc.ac.th/?feed=rss2&amp;p=4247</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาหารอันตรายขณะท้องว่าง</title>
		<link>http://blog.scphc.ac.th/?p=4245</link>
		<comments>http://blog.scphc.ac.th/?p=4245#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 May 2010 10:46:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MISSKITTITHORN NAOTHANOM</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.scphc.ac.th/?p=4245</guid>
		<description><![CDATA[
อาหารทุกชนิดก็มีประโยชน์ แตกต่างกันออกไป แต่ก็มีอาหารอีกบางชนิด ที่เป็นอาหารที่เมื่อทานในขณะที่ท้องไม่ว่างนั้น จะเกิดประโยชน์ แต่ถ้าเกิดทานขณะท้องว่างรับรองว่า เกิดโทษมากกว่าประโยชน์แน่นอน เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า อาหารชนิดใดบ้างที่ห้ามรับประทานขณะท้องว่าง
นมและนมถั่วเหลือง
แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิด ประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหารมีสารประเภทแป้งอยู่
เหล้า
หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้
น้ำตาลหรืออาหารหวาน
ไม่ควรรับประทานอาหารหวานหรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช็อกโกแลต เพราะหากรับประทานขณะท้องว่าง
จะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่ง ผลต่อการ ดูดซึมโปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต
ชาที่แก่เกินไป
ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงานของระบบย่อยอาหารลดลง และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ
มือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ
ลูกพลับ
ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่ง กรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้ว จะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร
กล้วย
เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วยขณะท้องว่าง จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป เป็น การยับยั้งการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง
กระเทียม
เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารได้รับการกระตุ้น เกิดโรค กระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง ผัก การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปกติ
นอกจากนั้นยังไม่ควรอาบน้ำหลังออกกำลังกาย ด้วยเช่นกัน เพราะการอาบน้ำและ การออกกำลังกายภายในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการช็อก เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.scphc.ac.th/?feed=rss2&amp;p=4245</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พลังบำบัดจากน้ำมะพร้าว</title>
		<link>http://blog.scphc.ac.th/?p=4243</link>
		<comments>http://blog.scphc.ac.th/?p=4243#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 May 2010 10:41:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MISSKITTITHORN NAOTHANOM</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.scphc.ac.th/?p=4243</guid>
		<description><![CDATA[
เดี๋ยวนี้มีน้ำผลไม้ให้เราเลือกดื่มมากมาย แต่รู้ไหมว่า น้ำมะพร้าวราคาถูกแสนถูกนี่แหละค่ะ ถือเป็นน้ำผลไม้ที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะ
นอกจากจะมีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการแล้ว ยังมีประโยชน์ในการขับสารพิษและชำระล้างร่างกายด้วย ผู้หญิงคนไหนที่เป็นสิวหรือมีปัญหาประจำเดือนไม่ปรกติ น้ำมะพร้าวจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายขับของเสียออกมา ทำให้ร่างกายมีความสมดุลขึ้น
มะพร้าวมีลำต้นสูง ทำให้ธาตุอาหารต่างๆในดินที่ต้นมะพร้าวดูดขึ้นไปหล่อเลี้ยงลำต้นและผลต้องผ่านการกลั่นกรองตามชั้นต่างๆของลำต้นกว่าจะถึงผลที่อยู่ข้างบน น้ำมะพร้าวที่ได้มาจึงบริสุทธิ์มาก
น้ำมะพร้าวเป็นอาหารบริสุทธิ์ และเต็มไปด้วยกลูโคสที่ร่างกายดูดซึมเข้าไปใช้ได้ง่าย นอกจากนั้นมะพร้าวยังเป็นผลไม้ที่มีความเป็นด่างสูง สามารถรักษาโรคที่เกิดจากร่างกายมีความเป็นกรดมากเกินไป หมอพื้นบ้านไทยถือกันว่า มะพร้าวเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็น ใช้รักษาโรคกระดูกได้ ส่วนคนจีนเชื่อว่า มะพร้าวมีฤทธิ์เป็นกลาง ไม่เป็นทั้งหยินและหยาง มีสรรพคุณในการขับพยาธิ
สำหรับคนไข้ที่อาเจียนและท้องร่วงในเวลาเดียวกัน สามารถดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมกลูโคสไปใช้ในเวลาอันรวดเร็วได้
น้ำมะพร้าวดื่มได้ทุกวัน ทุกเพศทุกวัย เพราะเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติ ทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่เป็นอันตรายเหมือนน้ำอัดลม อย่างไรก็ตาม คนเป็นโรคไตและโรคเบาหวานไม่ควรดื่ม เพราะน้ำมะพร้าวมีความหวาน ไม่เหมาะกับโรคดังกล่าว
หากเปิดลูกมะพร้าว แล้วควรดื่มน้ำเลย ไม่ควรทิ้งไว้นาน ในส่วนของเนื้อก็ไม่ควรทิ้งไว้เกินครึ่งชั่วโมง (แม้จะเก็บในตู้เย็นก็ตาม) ควรกินให้หมดทีเดียว
ปัจจุบันหากต้องการดื่มน้ำมะพร้าว ควรระวังเรื่องสารฟอกขาว หากเป็นไปได้ควรซื้อมะพร้าวเป็นทะลายมาจากสวนโดยตรง ค่อยๆตัดทีละลูกจากทะลายเมื่อต้องการดื่ม
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.scphc.ac.th/?feed=rss2&amp;p=4243</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รีดหุ่นสวยด้วย&#8230;นม</title>
		<link>http://blog.scphc.ac.th/?p=4241</link>
		<comments>http://blog.scphc.ac.th/?p=4241#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 May 2010 10:38:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MISSKITTITHORN NAOTHANOM</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.scphc.ac.th/?p=4241</guid>
		<description><![CDATA[
แคลเซียมในนมช่วยลดน้ำหนัก 
จากการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มนมในกลุ่มของคนอ้วนที่กําลังลดน้ำหนักพบว่า กลุ่มที่ดื่มนมเป็นประจําในปริมาณที่สูงจะ  สามารถลดน้ำหนักได้มากกว่ากลุ่มที่ไม่ค่อยจะดื่มนมเลยหรือดื่มในปริมาณที่น้อยกว่าโดยที่ทั้งสองกลุ่มรับแคลอรีเข้าไปเท่ากัน ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะแคลเซียมในนมจะมีผลไปขัดขวางการสร้างหรือสะสมไขมัน เมื่อมีการสร้างและสะสมไขมันลดลงแล้ว ร่างกายก็จะเกิดการเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น ทําให้น้ำหนักตัวลดลงค่ะ และยิ่งไปกว่านั้น หากคุณดื่มนมให้ได้วันละ  3-4 กล่องต่อวันแล้วจะยิ่งช่วยให้น้ำหนักตัวลดลง  มากกว่าการกินอาหารเสริมจําพวกแคลเซียมหรืออาหารอื่นๆ ที่มีแคลเซียมเป็นส่วนประกอบด้วยซะอีกค่ะ 
                                             
นมกับการไดเอ็ท
สําหรับสาวๆ ที่กําลังคิดจะให้นมเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักนั้น อย่าลืมคํานึงถึงปริมาณของแคลเซียมและโปรตีนในนมด้วยนะคะ ซึ่งคุณควรเลือกชนิดที่มีแคลเซียมและโปรตีนสูง แต่ให้พลังงานต่ำ อย่างพวกนมพร่องไขมัน นมขาดไขมัน หรือโยเกิร์ตพร่องไขมันนี่แหละ ใช่เลย และก็ควรเลือกแบบรสธรรมชาติหรือรสจืดมากกว่ารสอื่นๆ ด้วยนะคะ เพราะการปรุงแต่งรสนั้นย่อมหมายถึงการเพิ่มปริมาณน้ำตาลเข้าไป จะทําให้เราได้รับพลังงานจากน้ำตาลเพิ่มขึ้นมาอีกเป็นกระบุงด้วยค่ะ   
           นอกจากนี้ ในนมยังมีแร่ธาตุต่างๆ อย่างฟอสฟอรัสและแมกนีเซียมซึ่งจะไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแคลเซียมในการขัดขวางการสะสมไขมันในเซลล์ด้วยนะ แถมยังมีโปรตีนในนมที่ช่วยรักษากล้ามเนื้อและเพิ่มอัตรา เมตาบอลิซึ่มให้ดีขึ้นอีกด้วยละ เอ้า เห็นข้อดีของการดื่มนมอย่างนี้แล้ว เห็นทีสาวๆ รักสุขภาพอย่างเรา จะต้องรีบหันมาดื่มนมให้ได้วันละ 3 แก้วกันแล้วละค่ะ
   
Make a Choice! สาวๆ รู้มั้ยคะว่า นมและผลิตภัณฑ์จากนมประเภทต่างๆ มีปริมาณแคลอรีและแคลเซียมอยู่กันเท่าไหร่
   * นมขาดไขมัน รสจืด 110 แคลอรีแคลเซียม 373 มิลลิกรัม
   * นมข้นหวาน 1 ช้อนโต๊ะ 70 แคลอรี [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.scphc.ac.th/?feed=rss2&amp;p=4241</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
