Archive for the ‘วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี’ Category
ชีววิทยา
คุณสมบัติของเซลล์
เซลล์ของหนูในจานเพาะเชื้อ เซลล์เหล่านี้กำลังขยายขนาดใหญ่ขึ้น แต่ละเซลล์มีขนาดประมาณ 10 โมโครเมตร
แต่ละเซลล์มีองค์ประกอบและดำรงชีวิตได้ด้วยตัวของมันเอง โดยการนำสารอาหารเข้าไปในเซลล์และเปลี่ยนสารอาหารให้กลายเป็นพลังงานเพื่อการดำรงชีวิตและการสืบพันธุ์ เซลล์มีความสามารถหลายอย่างดังนี้:
- เพิ่มจำนวนโดยการแบ่งเซลล์
- เมแทบอลิซึมของเซลล์ (cell metabolism) ประกอบด้วย การลำเลียงวัตถุดิบเข้าเซลล์, การสร้างส่วนประกอบของเซลล์, การสร้างพลังงานและโมเลกุล และปล่อยผลิตภัณฑ์ออกมา การทำงานของเซลล์ขึ้นกับความสามารถในการสกัดและใช้พลังงานเคมีที่สะสมในโมเลกุลของสารอินทรีย์ พลังงานเหล่านี้จะได้จากวิถีเมแทบอลิซึม (metabolic pathway)
- การสังเคราะห์โปรตีนเพื่อใช้ในระบบการทำงานของเซลล์ เช่น เอนไซม์ โดยเฉพาะเซลล์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะมีโปรตีนต่าง ๆ ถึง 10,000 ชนิด
- ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นทั้งภายนอกและภายใน เช่น การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ pH หรือระดับอาหาร.
ประเภทของเซลล์
ภาพเปรียบเทียบเซลล์ยูแคริโอต (eukaryotes) และเซลล์โพรแคริโอต (prokaryotes) – รูปนี้แสดงเซลล์มนุษย์ (ยูแคริตโอต) และ เซลล์แบคทีเรีย (โพรแคริโอต) ด้านซ้ายแสดงโครงสร้างภายในของเซลล์ยูแคริโอต ซึ่งประกอบด้วย นิวเคลียส (สีฟ้า) , นิวคลีโอลัส (สีน้ำเงิน) , ไมโทคอนเดรีย (สีส้ม) , และไรโบโซม (สีน้ำเงินเข้ม) รูปทางขวาแสดงดีเอ็นเอของแบคทีเรีย ที่อยู่ในโครงสร้างที่เรียกว่า นิวคลิออยด์ (สีฟ้าอ่อน) และโครงสร้างอื่นๆ ที่พบในเซลล์โพรแคริโอต ซึ่งประกอบด้วย เยื่อหุ้มเซลล์ (สีดำ) , ผนังเซลล์ (สีน้ำเงิน) , แคปซูล (สีส้ม) , ไรโบโซม (สีน้ำเงินเข้ม) , แฟลกเจลลัม (สีดำ)
วิธีการจัดกลุ่มเซลล์ไม่ว่าเซลล์นั้นจะอยู่ตามลำพังหรืออยู่เป็นกลุ่ม ได้แก่ สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว (unicellular) ซึ่งดำรงชีวิตเพื่อความอยู่รอด จนไปถึงการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มที่เรียกว่า โคโลนี (colonial forms) หรือ สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ (multicellular) ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะกลายเป็นเซลล์เฉพาะทางที่แตกต่างกันหลายรูปแบบ เช่น เซลล์ต่างๆ ในร่างกายมนุษย์
โดยสรุป เซลล์สามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบคือ
- โพรแคริโอต (prokaryote) เป็นเซลล์ที่มีโครงสร้างอย่างง่าย อาจอยู่เป็นเซลล์เดี่ยวๆ หรือรวมกลุ่มเป็นโคโลนี (Colony) ในการจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์แบบระบบสามโดเมน (three-domain system) ได้จัดโพรแคริโอตอยู่ในโดเมนอาร์เคีย (Archaea) และแบคทีเรีย (Eubacteria)
- ยูแคริโอต (eukaryote) เป็นเซลล์ที่มีออร์แกเนลล์ (organelle) และผนังของออร์แกเนลล์ มีตั้งแต่เซลล์เดียวเช่น อะมีบา (amoeba) และเห็ดรา (fungi) หรือเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ เช่นพืชและสัตว์รวมทั้งสาหร่ายสีน้ำตาล
[แก้] ส่วนประกอบย่อยของเซลล์
ภาพเซลล์โดยสัตว์ทั่วไป ประกอบด้วยออร์แกเนลล์ต่าง ๆ ดังนี้ (1) นิวคลีโอลัส, (2) นิวเคลียส, (3) ไรโบโซม, (4) เวสิเคิล, (5) เอนโดพลาสมิกเรติคูลัมแบบผิวขรุขระ, (6) กอลจิแอปพาราตัส, (7) ระบบเส้นใยของเซลล์, (8) เอนโดพลาสมิกเรติคูลัมแบบผิวเรียบ, (9) ไมโทคอนเดรีย, (10) แวคิวโอล, (11) ไซโทพลาซึม, (12) ไลโซโซม, (13) เซนทริโอล
เซลล์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นโพรแคริโอตหรือยูแคริโอตจะต้องมีเยื่อหุ้มเซลล์ (cell membrane) ทำหน้าที่ห่อหุ้มเซลล์เสมอ เพื่อแยกส่วนประกอบภายในเซลล์ออกจากสิ่งแวดล้อม เป็นการควบคุมการขนส่งสารเข้าออกเซลล์ และเพื่อรักษาความต่างศักย์ทางไฟฟ้าของเซลล์ (cell potential) ภายในเยื่อหุ้มเซลล์จะประกอบไปด้วย ไซโทพลาซึมที่มีสภาพเป็นเกลือ และเป็นเนื้อที่ส่วนใหญ่ของเซลล์ ภายในเซลล์จะมี ดีเอ็นเอ หน่วยพันธุกรรมของเซลล์หรือยีน และ อาร์เอ็นเอชึ่งจะมีข้อมูลที่จำเป็นในการถ่ายทอดพันธุกรรม รวมทั้งโปรตีนต่างๆ เช่น เอนไซม์ นอกจากนี้ภายในเซลล์ก็ยังมีสารชีวโมเลกุล (biomolecule) ชนิดต่างๆ อีกมากมาย
[แก้] เยื่อหุ้มเซลล์ – ส่วนหุ้มและปกป้องเซลล์
ไซโทพลาซึมของเซลล์ประเภทยูแคริโอตจะถูกห้อมล้อมด้วยส่วนที่เรียกว่า เยื่อหุ้มเซลล์ หรือ พลาสมา เมมเบรน (cell membrane หรือ plasma membrane) พลาสมาเมมเบรนจะพบในเซลล์ประเภทโพรแคริโอตด้วย เยื่อนี้จะทำหน้าที่แยกและปกป้องเซลล์จากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ส่วนใหญ่แล้วถูกสร้างขึ้นจากชั้นของลิพิดสองชั้น หรือ ลิพิด ไบเลเยอร์ (lipid bilayer) และโปรตีน ภายในเยื่อจะมีโมเลกุลหลากชนิดที่ทำหน้าที่เป็นทั้งช่องทางผ่านของสารและ ปั๊ม (channels and pumps) เพื่อทำหน้าที่เฉพาะในการขนส่งโมเลกุลเข้าหรือออกจากเซลล์
[แก้] ไซโทสเกเลตอน (cytoskeleton) – ส่วนที่เป็นโครงสร้างของเซลล์
ไซโทสเกเลตอนเป็นโครงสร้างที่สำคัญ ซับซ้อน และเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีบทบาทในการจัดรูปแบบและจัดเรียงตำแหน่งของออร์แกเนลล์ให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม, ช่วยให้เกิดกระบวนการเอนโดไซโทซิส (endocytosis) หรือการนำสารจากภายนอกเซลล์เข้ามาในเซลล์เพื่อใช้ในกระบวนการเจริญเติบโตและการเคลื่อนไหว, บทบาทในการทำงานของกล้ามเนื้อ, และมีโปรตีนจำนวนมากมายในไซโทสเกลเลตอนที่ควบคุมโครงสร้างของเซลล์
ไซโทสเกเลตอน แบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดตามขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ได้แก่ ไมโครทูบูล (Microtubule) , อินเทอร์มีเดียท ฟิลาเมนท์ (Intermediate Filament) และ ไมโครฟิลาเมนท์ (Microfilament)
[แก้] สารพันธุกรรม (Genetic Material)
สารพันธุกรรมแตกต่างกันสองชนิดคือ :
- ดีเอ็นเอ (deoxyribonucleic acid-DNA)
- อาร์เอ็นเอ (ribonucleic acid-RNA)
รหัสพันธุกรรม (Genetic code) ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเป็นข้อมูลทางพันธุกรรมของเซลล์ซึ่งเก็บอยู่ในรูปดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอ สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ใช้ดีเอ็นเอสำหรับเก็บข้อมูลทางพันธุกรรม แต่ไวรัสบางชนิด เช่น รีโทรไวรัส (retrovirus) มีอาร์เอ็นเอเป็นสารพันธุกรรม อาร์เอ็นเอนอกจากจะเป็นสารพันธุกรรมแล้วยังทำหน้าที่เป็นสารที่ขนถ่ายข้อมูลด้วย ได้แก่ เมสเซนเจอร์ อาร์เอ็นเอ หรือ (mRNA) และอาจทำหน้าที่เป็นเอนไซม์ได้โดยเฉพาะในเซลล์ที่มีอาร์เอ็นเอเป็นสารพันธุกรรม ได้แก่ ไรโบโซมัล อาร์เอ็นเอ หรือ (rRNA)
สารพันธุกรรมของพวกโปรคาริโอต จะถูกจัดอยู่ในโมเลกุลของดีเอ็นเอรูปวงกลมง่ายๆ เช่น ดีเอ็นเอของแบคทีเรียซึ่งอยู่ในบริเวณนิวคลอยด์ (nucleoid region) ของไซโตพลาสซึม ส่วนสารพันธุกรรมของพวกยูคาริโอต จะถูกจัดแบ่งให้อยู่ในโมเลกุลที่เป็นเส้นตรงที่เรียกว่า โครโมโซม (chromosome) ภายในนิวเคลียส และยังพบว่ามีสารพันธุกรรมอื่นๆ นอกจากในโครโมโซมในออร์แกเนลล์บางชนิด เช่น ไมโทคอนเดรียและคลอโรพลาสต์ (ดูเพิ่มเติมที่ทฤษฎีเอ็นโดซิมไบโอติก (endosymbiotic theory)) เช่น ในเซลล์มนุษย์จะมีสารพันธุกรรมในบริเวณดังนี้
- ในนิวเคลียส เรียกว่า นิวเคลียร์ จีโนม (nuclear genome) แบ่งเป็นโมเลกุลเส้นตรง ดีเอ็นเอ 46 เส้น หรือ 23 คู่ เรียกว่า โครโมโซม
- ในไมโทคอนเดรีย เรียกว่า ไมโทคอนเดรียล จีโนม (mitochondrial genome) เป็นโมเลกุลดีเอ็นเอรูปวงกลมที่แยกจากดีเอ็นเอในนิวเคลียส ถึงแม้ไมโทคอนเดรียล จีโนมจะเล็กมากแต่ก็มีรหัสสำหรับการสร้างโปรตีนที่สำคัญ
ดาวศุกร์
เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่สองถัดจากดาวพุธ และมีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่หกของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ วงโคจรของดาวศุกร์มีลักษณะใกล้เคียงกับวงกลม มากกว่าวงโคจรของดาวเคราะห์อื่น ๆ ด้วยกัน
![]() |
|
วงโคจร : 108,200,000 km. (0.72 AU.) จากดวงอาทิตย์ |
Venus เป็นชื่อเทพของโรมันเป็นตัวแทนของความรักและความสวยงาม เหตุที่ได้รับการขนานนามเช่นนี้ เพราะเป็นดาวเคราะห์ที่มีความสว่างมาก เมื่ออยู่บนท้องฟ้า ซึ่งสังเกตเห็นและรู้จักมาตั้งแต่อดีต
หากจะยกเว้นดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์แล้ว ดาวศุกร์นับเป็นวัตถุที่สว่างที่สุดในท้องฟ้า เช่นเดียวกับดาวพุธ ดาวศุกร์จะปรากฏให้เห็น 2 ช่วงคือ เห็นในตอนเช้าหรือเห็นในตอนเย็น ถ้าช่วงใหนที่ปรากฏให้เห็นในตอนเช้าจะไม่สามารถสังเกตเห็นในตอนเย็น และช่วงใหนที่ปรากฏให้เห็นในตอนเย็นก็จะไม่เห็นในตอนเช้าเช่นกัน ดาวศุกร์ที่สังเกตเห็นในตอนเช้ามีชื่อเรียกอย่างไทยว่า ดาวประกายพรึก และปรากฏให้เห็นในตอนเย็นมีชื่อเรียกว่า ดาวประจำเมือง
เนื่องจากดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ชั้นใน ดังนั้นเมื่อเราสังเกตด้วยกล้องโทรทรรศน์จากโลก เราจะเห็นดาวศุกร์มีลักษณะเป็นเสี้ยว ในอดีต Galileo ได้สังเกตเห็นปรากฏการณ์นี้ และต่อมาก็เป็นส่วนสนับสนุนแบบจำลองระบบสุริยะของ Capernicus
![]() |
|
ขนาดของดาวศุกร์เมื่อเทียบกับโลก |
ยานลำแรกที่เดินทางไปสำรวจดาวศุกร์คือ Mariner 2 ในปี ค.ศ.1962 และต่อมาก็มียานลำอื่นเดินทางไปสำรวจด้วย(มากกว่า 20 ลำ) เช่น Pioneer Venus และยานของโซเวียต Venera 7 ซึ่งเป็นยานลำแรกที่สามารถลงจอดบนดาวเคราะห์ได้ ยาน Venera 9 สามารถส่งภาพถ่ายแรกของพื้นผิวกลับมายังโลกได้ ยานที่สามารถทำแผนที่ของดาวศุกร์อย่างละเอียดคือยาน Magellan ของสหรัฐอเมริกา โดยโคจรรอบดาวศุกร์และใช้เรดาร์ในการสำรวจ
ดาวศุกร์หมุนรอบตัวเองตามเข็มนาฬิกา ซึ่งเป็นทิศทางตรงข้ามกับการหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์ดวงอื่น ดาวศุกร์หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 243 วัน ในขณะที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ 1 รอบใช้เวลาประมาณ 225 วัน
หากพิจารณาจะเห็นได้ว่าดาวศุกร์เป็นเหมือนกับดาวพี่น้อง ของโลก ซึ่งมีความคลายคลึงกันอยู่หลายส่วนดังนี้
- ดาวศุกร์มีขนาดที่เล็กกว่าโลกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (95% ของเส้นผ่าศูนย์กลางโลก,80% ของมวลโลก)
- หลุมอุกกาบาตที่ปรากฏบนโลกและดาวศุกร ์บ่งบอกถึงพื้นผิวของดาวที่มีอายุมาไม่นานเช่นเดียวกัน
- ความหนาแน่นและส่วนประกอบทางเคมีเหมือนกัน
จากความคล้ายคลึงกันนี้ จึงทำให้มนุษย์คิดว่า ภายใต้เมฆอันหนาทึบสภาพทุกอย่างของดาวศุกร์จะต้องเหมือนกับโลกและต้องมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ แต่เมื่อศึกษาอย่างละเอียดแล้วมีหลายสิ่งหลายอย่างที่มีความแตกต่างกันมาก
ความดันบรรยากาศที่พื้นผิวของดาวศุกร์มีค่าประมาณ 90 เท่าของโลก (เทียบได้กับความดันที่ความลึกประมาณ 1 km.ในมหาสมุทร) ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยสารประกอบคาร์บอนไดออกไซด์ เมฆหมอกที่ปกคลุมบนดาวศุกร์มีอยู่หลายชั้น และมีความหนาแตกต่างกันและส่วนใหญ่เป็นกรดกำมะถัน (sulfuric acid) เมฆเหล่านี้มีส่วนในการปิดบังพื้นผิว เมื่อเรามองดูดาวศุกร์จากล้องโทรทรรศน์ด้วย จากชั้นบรรยากาศที่หนาทึบบนดาวศุกร์ ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกชึ้น (greenhouse effect) มีผลทำให้อุณหภูมิพื้นผิวของดาวศุกร์สูงขึ้นประมาณ 400-740 K. (ความร้อนที่ใช้ในการหลอมตะกั่ว) ดาวศุกร์จึงเป็นดาวเคราะห์ที่ร้อนที่สุดในระบบสุริยะ นอกจากนี้เมฆชั้นบนยังมีความเร็วลมสูงถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ที่พื้นผิวความเร็วลมมีค่าไม่เกิน 1 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้นเอง
![]() |
|
ภาพมุมสูงของภูเขาไฟ Sif Mons |
นักดาราศาสตร์เชื่อว่า บนดาวศุกร์เคยมีน้ำอยู่เป็นจำนวนมากคล้ายกับโลกของเรา แต่น้ำทั้งหลายได้ระเหยออกไปจากชั้นบรรยากาศหมด จึงทำให้ดาวศุกร์มีสภาพที่แห้งแล้งมาก พื้นผิวส่วนใหญ่ของดาวศุกร์มีทั้งที่ราบและที่สูง พร้อมกับมีแอ่งขนาดใหญ่ คือ Altalanta Planitia,Guinevere Planitia,Lavinia Planitia พื้นที่ราบสูงมีอยู่ 2 แห่งคือ Ishtar Terra เป็นพื้นที่สูงทางขั้วเหนือ (มีขนาดใกล้เคียงกับทวีป ออสเตรเลีย) และ Aphrodite Terra ที่แผ่ยาวไปตามแนวเส้นศูนย์สูตร (ขนาดประมาณทวีปอเมริกาใต้) นอกจากนี้ภายในที่ราบสูง Ishtar ก็ยังมีที่ราบสูง Lakshmi Planum ปรากฏซ้อนอยู่ซึ่งล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงรวมทั้งยอดเขาที่ใหญ่มโหราฬอย่าง Maxwell Montes ด้วย
ข้อมูลภาพจากสัญญาณเรดาร์ของยานแมกเจลแลน (Magellan) ได้แสดงให้เห็นพื้นผิวของดาวศุกร์ที่ปกคลุมไปด้วยลาวา จากภูเขาไฟหลาย ๆ ลูก (คล้ายกับภูเขาไฟ Hawaii หรือ Olympus Mons.) เช่น Sif Mons จากข้อมูลที่ได้แสดงว่าภายในดาวศุกร์ยังมีภูเขาไฟที่ยังครุกรุ่นอยู่
บนพื้นผิวของดาวศุกร์ไม่พบร่องรอยหลุมอุกกาบาตขนาดเล็ก ซึ่งอาจจะเกิดจากถูกเผาใหม้ให้หมดไปในชั้นบรรยากาศ ก่อนที่จะตกกระทบพื้น แต่ร่องรอยหลุมอุกกาบาตที่ปรากฏบนดาวศุกร์ มีลักษณะเหมือนกับเกิดจากดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ ที่ถูกดึงดูดแล้วระเบิดแตกกระจายก่อนที่จะตกถึงพื้นด้วยชั้นบรรยากาศ
![]() |
|
Maat Mons ภูเขาไฟที่ดับแล้วสูงประมาณ 8 km. |
ภูมิประเทศที่เก่าแก่ที่สุดบนดาวศุกร์ นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ว่ามีอายุประมาณ 800 ล้านปีมาแล้ว ซึ่งแผ่ขยายไปถึงแหล่งของภูเขาไฟที่เกิดใหม่ด้วย
ส่วนประกอบภายในของดาวศุกร์คล้ายโลกมาก โดยแกนกลางเป็นเหล็กที่หลอมเหลว จากแรงดันมหาศาลของดาวศุกร์เอง มีรัศมีประมาณ 3,000 km. ถัดออกมาเป็นชั้นแมนเทิลและเปลือกนอกที่มีความหนาและแข็งมาก ดาวศุกร์ไม่มีสนามแม่เหล็ก เพราะการหมุนรอบตัวเองที่ช้ามาก และดาวศุกร์ไม่มีบริวาร

นิยามเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
นิยามเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโน ใหม่ๆๆ
| เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมกำลังได้รับความสนใจอย่างยิ่ง การสื่อสารเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ทันสมัย ขณะเดียวกันพัฒนาการทางเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมก็ได้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกมาก มีการให้บริการระบบสื่อสารสมัยใหม่อยู่มากมาย เทคโนโลยีเหล่านี้จึงได้รับความสนใจ
|
|
| การสื่อสารผ่านดาวเทียม (satellite-based communication) เนื่องจากท้องที่ทางภูมิศาสตร์เต็มไปด้วยภูเขา หุบเขา หรือเป็นเกาะอยู่ในทะเล การสื่อสารที่ดีวิธีหนึ่งคือการใช้ดาวเทียม ดาวเทียมได้รับการส่งให้โคจรรอบโลก โดยมีการเคลื่อนที่ไปพร้อมกับการหมุนของโลก ทำให้ดาวเทียมอยู่ในตำแหน่ง คงที่เมื่อมองจากพื้นโลก ดาวเทียมจะมีเครื่องถ่ายทอดสัญญาณติดตั้งอยู่ การสื่อสารโดยผ่านดาวเทียมจะทำโดยการส่งสัญญาณสื่อสารจากสถานีภาคพื้นดิน แห่งหนึ่งขึ้นไปยังดาวเทียม เมื่อดาวเทียมรับก็จะส่งกลับมายังสถานีภาคพื้นดินอีกแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง เราจึงใช้ดาวเทียมเพื่อแพร่ภาพสัญญาณโทรทัศน์ได้ การรับจะครอบคลุมพื้นที่ที่ดาวเทียมลอยอยู่ ซึ่งจะมีบริเวณกว้างมากและทำได้โดยไม่มีอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ เช่น มีแนวเขาบังสัญญาณ ดาวเทียมจึงเป็นสถานีกลางที่ถ่ายทอดสัญญาณจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้
การสื่อสารผ่านดาวเทียม ปัจจุบันประเทศไทยมีดาวเทียมไทยคมสามดวงลอยอยู่เหนือประเทศทางด้านมหาสมุทรอินเดียและอ่าวไทย ดาวเทียมไทยคมนี้ใช้ประโยชน์ทางด้านการสื่อสารของประเทศได้มาก เพราะเป็นการให้บริการสื่อสารของประเทศในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การรับส่งสัญญาณโทรทัศน์ สัญญาณจากวิทยุ สัญญาณข้อมูลข่าวสารต่างๆ
ดาวเทียมไทยคม |
|
การสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง (fiber optic) เส้นใยนำแสงมีลักษณะเป็นท่อแก้วที่อ่อนตัวอยู่ในสายที่หุ้มด้วยพลาสติก ลักษณะของท่อแก้วหุ้มด้วย สารพิเศษที่ทำให้เกิดการหักเหของแสงอยู่ภายในท่อแก้ว ดังนั้นเราสามารถส่งแสงจากปลายด้านหนึ่งให้ไปปรากฏที่ปลายอีกด้านหนึ่งได้ แม้ว่าเส้นใยนำแสงนั้น จะคดงอไปอย่างไรก็ตามก็จะส่งแสงเข้าไปในท่อแก้วได้ เมื่อมีการนำเอาข้อมูลเข้าไปผสมกับแสง เพื่อให้แสงกระพริบตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล ทำให้เรารับส่งสัญญาณข้อมูลไปกับแสงได้ การรับส่งข้อมูลเข้าไปในแสงทำได้มากและรวดเร็ว
เส้นใยนำแสง ปัจจุบันในประเทศไทยมีการวางเครือข่ายเส้นใยนำแสงไปตามถนนหนทางต่างๆ ทั้งใต้ดิน และที่แขวนไปตามเสาไฟฟ้า มีการวางเชื่อมโยงกันระหว่าง |
|
|
โครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล (Integrated Service Digital Network : ISDN) ลักษณะเครือข่ายนี้เป็นการขยายการบริการจากระบบโทรศัพท์เดิมให้เป็นระบบดิจิทัลคือส่งสัญญาณข้อมูลตัวเลขแทนเสียง แทนภาพ แทนข้อมูล การสื่อสารโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลจึงเน้นการประยุกต์ใช้งานหลายอย่างบนเครือข่ายเดียวกัน โดยวางฐานขยายจากโทรศัพท์ เช่น ในสายโทรศัพท์เส้นเดียวที่เชื่อมต่อไปยังบ้านเรือนผู้ใช้ สามารถประยุกต์ให้เป็นระบบโทรศัพท์ที่เห็นภาพ ใช้ส่งโทรสาร ใช้เป็นระบบการประชุม ทางวีดิทัศน์ ใช้ในการส่งข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ เพื่อเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ การดำเนินการเหล่านี้สามารถทำได้พร้อมกันบนสายสื่อสาร เดียวกันโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลควรได้รับการพัฒนา โดยวางโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงต่างๆ ไว้ให้พร้อม เพื่อรองรับความเร็ว ของการรับส่งข้อมูลได้สูงขึ้น |
|
ระบบเครือข่ายสวิตชิง (switching technology) ด้วยเทคโนโลยีเอทีเอ็มสวิตชิงที่มีความเร็วสูงทำให้การสื่อสารผ่านเส้นใยนำแสงในการ ส่งผ่านข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางได้ด้วยความเร็วหลายร้อยเมกะบิตต่อวินาที เอทีเอ็มสวิตชิงจึงเป็นเทคโนโลยีของการสร้างเครือข่ายข้อมูลข่าวสาร ที่จะรองรับการใช้งานแบบสื่อประสม ปัจจุบันหลายหน่วยงานได้เริ่มใช้เครือข่ายด้วยเทคโนโลยีเอทีเอ็มสวิตชิงภายในองค์กรของตนเอง และมีแนวโน้ม การขยายตัวเพื่อรองรับระบบนี้สำหรับเครือข่ายระยะไกลในอนาคตต่อไป |
|
| ระบบสื่อสารเคลื่อนที่ (mobile phone system) หรือที่เรียกว่าระบบเซลลูลาร์โฟน (cellular phone system) ที่ใช้กับโทรศัพท์ ทำให้มีโทรศัพท์ติดรถยนต์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ปัจจุบันการสื่อสารระบบนี้เป็นที่แพร่หลายและนิยมใช้กันมาก ลักษณะการทำงานของระบบสื่อสารแบบนี้คือ มีการกำหนดพื้นที่เป็นเซล เหมือนรวงผึ้ง แต่ละเซลจะครอบคลุมพื้นที่บริเวณหนึ่ง มีระบบสื่อสารเชื่อมโยงระหว่างเซลเข้าด้วยกัน ครอบคลุมพื้นที่บริการไว้ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อเราอยู่ที่บริเวณ พื้นที่บริการใด และมีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ สัญญาณจากโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเชื่อมโยงกับสถานีรับส่งประจำเซลขึ้น ทำให้ติดต่อไปยังข่ายสื่อสารที่ใดก็ได้ ครั้นเมื่อเราเคลื่อนที่ออกนอกพื้นที่ก็จะโอนการรับส่งไปยังเซลที่อยู่ข้างเคียงโดยที่สัญญาณสื่อสารไม่ขาดหาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ |
|
ระบบสื่อสารไร้สาย (wireless communication) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างความสะดวกในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าสู่เครือข่าย ระบบที่รู้จักและใช้งานกันแพร่หลายคือ ระบบแลนไร้สาย (wireless LAN) เป็นระบบเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ต่างๆ เข้าสู่เครือข่ายด้วยสัญญาณวิทยุ สามารถเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าสู่ระบบด้วยความสูงถึง 11 เมกะบิตต่อวินาที ระบบเครือข่ายไร้สายที่รู้จักและนำมาประยุกต์ใช้กันมากอีกระบบหนึ่งคือ ระบบบลูทูธ (bluetooth) เป็นการเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ เข้าสู่เครือข่ายใน
|







