Archive for the ‘ดนตรี’ Category
เพลงฉ่อย
ในบรรดาครูเพลงที่ผมคุ้นเคย และได้ไปพบไปสัมผัสมีหลายท่าน ผมยอมรับว่า ลุงบท วงษ์สุวรรณ แห่งบ้านหนองทราย อำเภอหนองหญ้าไซนักเพลงรุ่นป้าอ้น ร้องเพลงฉ่อยได้เพราะมาก เสียงใสกังวานแต่ท่านไม่ค่อยยอมร้องให้ฟัง อ้างว่าเสียงไม่ดี เลิกเล่นไปนานแล้ว จำเนื้อเพลงไม่ค่อยได้ อีกท่านหนึ่งคือ ป้าทรัพย์ อุบล (เสียชีวิตปี 2550) เป็นนักเพลงรุ่นราวคราวเดียวกับแม่บัวผัน จันทร์ศรี (ศิลปินแห่งชาติ) ท่านเป็นครูเพลงที่ร้องเพลงฉ่อยได้เพราะมาก วันที่ผมได้ไปฝึกหัดเพลงฉ่อยกับท่านแม้ว่าจะเป็นระยะสั้นๆ ไม่กี่ครั้งแต่ยังจำวิธีการร้องเพลงฉ่อยของป้าได้ดี ป้าทรัพย์ อุบล จะขึ้นต้นเพลงฉ่อยว่า
เอ… พอได้มาประสบ แล้วก็พบหน้า ถามว่าพี่แกมา มากับใคร (ซ้ำ)
พี่จะมาหาน้อง กันหรือที่บ้านี้ หรือจะมาหาที่ ก็ว่าบ้านไหน
หากไม่พูดไม่จา ทำท่าวางเฉย ขอเชิญคุณพี่นั้นเลย เลยไป
(ลูกคู่ร้องรับ) เอ่ชา ช้าชา ชะฉ่า ชา หน่อยแม่
ครูเพลงอีกท่านที่ผมมักจะแวะเวียนไปหา ต่อเพลงกันอยู่บ่อย ๆ คือน้าถุง พลายละหาร บ้านดอนยาว อำเภอดอนเจดีย์ ไม่ห่างจากบ้านของผมมากนัก น้าถุงเป็นลูกศิษย์ครูเคลิ้ม ปักษี (ครูเพลงดั้งเดิมของชาวสุพรรณบุรี) อยู่บ้านดอนเจดีย์ ครูเคลิ้มมีชื่อเสียงดังมาก น้าถุงจะเป็นศิษย์คนท้าย ๆ เพราะว่า ลุงเคลิ้มเสียชีวิตไปแล้ว (ประมาณ ปี พ.ศ. 2524) น้าถุงเป็นนักเพลงที่ร้องโดยไม่ต้องมีเครื่องให้จังหวะ ถ้าจะทำจังหวะ ให้ปรบมือก็พอหรือจะมีกรับผสมนิดหน่อยก็ได้ แต่ถ้าทำจังหวะกลองให้ แกร้องไม่ได้ เพราะว่าไม่เคย สมัยก่อนเขาร้องกันสด ๆ ไม่มีเครื่องดนตรี เครื่องไฟเครื่องขยายเสียงก็ไม่มี สมัยนั้นการแต่งตัวก็แต่งกันแบบไปทำบุญที่วัด ไม้ได้นุ่งโจงกระเบน ไม่มีชุดการแสดงอย่างเดี๋ยวนี้ในเรื่องของเพลงฉ่อยหาตัวจับยาก (เพลงฉ่อยร้องช้ากว่าเพลงอีแซว) แล้วท่ายืนของนาถุงจะงอเข่าเล็กน้อย เรียกว่าย่อตัวลง มือแกไม่แอ่น แขนก็ไม่อ่อน (น้าถุงจึงไม่รำทำท่าทางเอา)ผมมีภาพที่ร่วมเล่นเพลงฉ่อยกันน้าเขาด้วย นานมาแล้วจะค้นหามาประกอบเรื่องราวนี้กลอนเพลงฉ่อยที่น้าถุงร้อง ท่านนำเอาบทสอนหญิงมาว่า
เอ้…เกิดมาเป็นสตรี รักศรีสงวนศักดิ์ อย่าระเริงความรัก พาเหลวไหล
เมื่อแม่สายสมร จะไปนอนเรือนเขา มันไม่เหมือนเรือนเรา อันตราย (ซ้ำ)
อันข้อครหา จะพาเกิดเหตุ ใครเขาเฝ้าสังเกต จะเป็นภัย
(ลูกคู่ร้องรับ) เอ่ชา เอ้ช้า ชา ฉ่า ชาท หน่อยแม่
อีกท่านหนึ่งที่ผมไปฝึกหัดเพลงฉ่อยคือ น้าปาน เสือสกุล บ้านอยู่อำเภอดอนเจดีย์ เป็นนักเพลงรุ่นหลังป้าอ้นหลายปี ปัจจุบันน้าปานอายุราว 70 ปี (อาจจะกว่าเล็กน้อย) ยังแข็งแรงเดินไปไหนมาไหนได้เอง น้าปานหัดเล่นเพลงมาจากครูเคลิ้มและป้าทรัพย์ ท่านบอกว่าหัดไม่นานราวเดือนเดียวก็ออกไปเล่นเป็นได้ ลูกคู่ให้เขาก่อน บทเพลงฉ่อยตอนหนึ่งที่น้าปานร้อง ได้แก่
เอ๊ย.ถามว่านกอะไร ที่มันร้องฮ๊กๆ ขึ้นสูงจะตก นกอะไร (ซ้ำ)
โอ้ว่านกอะไร ที่มันบินผวา เห็นมันคาบหินมา แล้วบินไป (ซ้ำ)
เห็นมันคาบหิน แล้วก็บินรี่ มันบินข้ามหัวพี่ เลยไป
(ลูกคู่ร้องรับ) เอ่ ชา เอ้ ช้าชา ฉ่าชา หน่อยแม่
สำหรับการแสดงเพลงฉ่อยกับครูเพลง และในโอกาสต่าง ๆ ส่วนใหญ่ผมได้เล่นกับรุ่นลุงป้าน้าอาไม่มาก ถ้าพูดถึงงานวัดงาน เล่นเป็นคืนไม่มี จะมีก็เป็นการแสดงสาธิตในการเป็นวิทยากรอบรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 เล่นเพลงฉ่อยกับแม่เพลงรุ่นน้องที่วัดชีธาราม ดอนเจดีย์ เขาจัดอบรมกลุ่มแม่บ้าน ผมไปบรรยายและสาธิตการแสดงเพลงฉ่อย ก็ตามถนัดอีกนั่นแหละ ต้องด้นสด ๆ การที่จะเอาเพลงตับมาเล่นมันก็ไม่เข้ากับงาน ผมจึงต้องร้องแบบฟรีสไตล์ โดยเกริ่นขึ้นต้นแบบเก่า ได้แก่
ชา ชะ ฉ่า ชา เอิ้ง เงอ เอ่อ เอิง เง้ย
ผู้ชายเขามาเชิญ ร้องเกริ่น กันจนตัวโก่ง
แต่ว่าพอได้ฤกษ์ ก็มาเบิกโรง รับกันเสียงโขมง โฉงเฉง
ขอให้แม่สาวน้อย ชวนลูกน้อง เอ่ยปากเข้ามาร้อง เป็นเพลง เอย
เอิ้ง เหง่อ เออ เอ๊ย…. ไป
(ลูกคู่) ขอให้แม่สาวน้อย ชวนลูกน้อง เอ่ยปากเข้ามาร้อง เป็นเพลง
เอ่ยปากเข้ามาร้อง เป็นเพลง เอย เอิ้ง เหง่อ เออ เอ๊ย ไป ชาชะ
เอ๊ย.. ก็ว่าเสียงใครหนอ ละว่าใครหนา
ฉันจะออกไปหา เสียไว ๆ
(ลูกคู่) เอ่ชา เอ้ช้าชา ชะ ฉ่า ชา หนอย แม่
คำร้องรับของลูกคู่ในการร้องเพลงฉ่อย มีหลายลูกเล่น ได้แก่
ชา ..ชา..ฉ่า..ชา…
เอ่ชา… ชา….ฉ่า… ชาช้า…
เอ่ชา เอ้ช้าชา ชะฉ่าชา หนอยแม่..
ส่วนสำนวนหรือแนวทางการสร้างสรรค์บทร้องก็จะพอรู้ได้ว่าคิดสด ๆ เช่น
เอิง เงิง เงอ เอ่อ เอ้อ เอ่อ เออ.. เออ เฮ้อ เอ้อ… เอ่อ…เอย….
เมื่อได้มาประสบ ได้พบมาหน้า ขอเสนอเพลงฉ่า ตอนท้าย (ซ้ำ)
คนร้องสร้างเนื้อ เพื่อความคล้องจอง ไปด้วยหัวสมอง ที่ฉับไว
ให้ลูกคู่ร้องรับ เสียงกรับกระพือ พร้อมด้วยเสียง ปรบมือ ขวาซ้าย
เพลงฉ่อยฟังเพราะ ช่างเสนาะเสียจริง ขออย่าได้ทอดทิ้ง น่าเสียดาย (ซ้ำ)
ถึงแม้เพลงจะช้า แต่ก็ว่ากันชัว คุณผู้ฟัง ไม่ต้องกลัว เรื่องสะใจ (ซ้ำ)
เลยหันไปถามผู้ชม แล้วก็ทุกท่าน ว่าอาบน้ำ 5 ขัน นะ พอไหม
(ลูกคู่รับ) เอ่ ชา.. เอ้ ช้าชา ชะ ฉ่าชา… หน่อย แม่…
(ชำเลือง มณีวงษ์ / เพลงฉ่อย)
ดนตรีไทย
เครื่องดนตรีไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมซึ่งบรรพบุรุษของเราได้สร้างสมไว้ และ เป็นเครื่องหมาย อย่างหนึ่งที่แสดงลักษณะเฉพาะของชาติไทย เช่นเดียวกับภาษา และ ศิลป วัฒนธรรม ด้านอื่น ๆ สมควรที่เราจะภาคภูมิใจและช่วยกันทะนุบำรุง ส่งเสริม และรักษาไว้ให้ดำรง คงอยู่สืบไป ในเบื้องต้นนี้ เราควรจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับดนตรีไทย อันอาจจะก่อให้เกิด ความรักและ ความสนใจ ดนตรีไทยขึ้นมาได้ ต่อไปนี้จะขอแนะนำให้รู้จักส่วนหนึ่งของ “ดนตรีไทย” คือ “เครื่องดนตรีไทย”
ด้วยลักษณะของการทำให้เกิดเสียงดนตรี ดังกล่าวข้างต้น
เราอาจจะแบ่งประเภทของเครื่องดนตรี ออกได้เป็นกลุ่มกว้าง ๆ ได้ดังนี้
- เครื่องดีด
- เครื่องสี
- เครื่องตี
- เครื่องเป่า
“Tatto Colour”
แทททู คัลเล่อร์ (Tattoo Colour) เป็นวงดนตรีสัญชาติไทยที่เล่นดนตรีแนวป็อปและอีซี่ลิสเท็นนิ่ง (ดนตรีฟังสบาย) โดยมีสมอลล์รูมเป็นค่ายต้นสังกัด ขณะนี้พวกเขาออกอัลบั้มมาหนึ่งอัลบั้มด้วยกันคืออัลบั้ม Hong Ser ที่มีอยู่สิบเพลงด้วยกันบวกกับอีกหนึ่งโบนัสแทร็ค เล่นเพลง “แพ้คนสวย” (คัฟเวอร์ของวงฟลาย) ในอัลบั้มสนามหลวงคอนเนคท์ส (Sanamluang Connects) และอยู่เป็นหนึ่ง (กลุ่ม) ในศิลปิน ECO-9 Project Band ที่มีจุดประสงค์ในการรณรงค์เพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อน โดยเล่นเพลง “เปลี่ยน” ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ
ผลงาน
Hong Ser (พ.ศ. 2549)
- อากาศร้อนๆ (3.55)
- ฟ้า (4.38)
- One Night Stand (4.01)
- ฝากที (4.27)
- สิ่งที่แแสนดี (5.30)
- กลัว (4.05)
- รอยจูบ (3.43)
- Like (3.34)
- รู้มั้ยจ๊ะ (4.48)
- เกาะร้าง ห่างรัก (3.49)
- รักหรือเปล่า[Bonus Track] (2.09)
ชุดที่ 8 จงเพราะ (พ.ศ. 2551)
- โกหก (3.13)
- โอกาสสุดท้าย (4.03)
- จำทำไม (3.49)
- ขาหมู (3.22)
- ฉันรักเธอ (feat. ฟักกลิ้งฮีโร่) (3.45)
- Cinderella (3.17)
- นกน้อย (3.47)
- เปิดเพลงไหน เปิดเมื่อไหร่ ก็ยังสวยงาม (2.40)
- บ้านของฉัน (4.02)
- เพลงสุดท้าย (3.52)
หมายเหตุ: Bonus Track 13 (1.10) และ Bonus Track 18 (2.45)
ประวัติกีตาร์
ผู้หญิงทุกคนใครอยากมีหน้าใส
วันนี้มี 4 สูตรหน้าใสมาฝากเป็นเกร็ดความรู้และเคล็ดลับให้ลองทำ
1. สูตรเพิ่มความสดชื่นเปล่งปลั่งให้กับผิวหน้า
ให้ท่านล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจนสะอาด จากนั้นนำแอปเปิ้ลที่ยังไม่ปลอกเปลือกครึ่งผลมาปั่นพอละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าเว้นเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออก
2. สูตรลดริ้วรอย ทำให้หน้านวลใส
ให้นำแอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่นพอละเอียด จากนั้นก็มะนาวมาคั้นเอาแต่น้ำประมาณ 1 ช้อนชาใส่ลงไป แล้วผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก
3. สูตรหน้าเด้ง ไม่หยาบกร้าน
นำโยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะมาผสมกับมะเขือเทศลูกเล็ก ๆ ประมาณ 3 ลูก ปั่นโยเกิร์ตกับมะเขือเทศพอละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าให้ทั่ว โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก
4. สูตรขัดหน้าขาว และลดริ้วรอยหมองคล้ำ
นำโยเกิร์ต 1 ถ้วย แล้วผสมกับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะผสมให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า แล้วขัด ๆ ถู ๆ ให้ทั่ว ขัด 5 นาที ทิ้งไว้อีก 5 นาที แล้วล้างออก ทำเดือนละครั้งกำลังดี คล้ายๆ กับการสครับหน้านั้นเอง
การเล่นเบสสลับเบื้องต้น
การเล่นเบสสลับนั้นก็หมายถึงการที่เราดีดเบสด้วยนิ้วโป้งสลับด้วยโน๊ตคู่ 5 ของเบสตัวนั้น เช่น คอร์ด A เบสคือ A คู่เบสสลับคือ E (นับจาก A ไป 5โน๊ต คือ A-B-C-D-E) สำหรับรายละเอียดเรื่องเบสสลับไปติดตามได้ในส่วนของเบสสลับ ส่วนแพทเทิร์นหลักที่ใช้ในการเล่นเบสสลับคือจะเล่นเบสบนสาย 5-4-6-4 (ในแบบฝึกหัดที่ 1) หรือ 6-4-5-4 (ในแบบฝุกหัดที่ 2) ซึ่งเป็นรูปแบบการเล่นในแบบของ Chet Atkins นักกีตาร์ฟิงเกอร์สไตล์ระดับปรมาจารย์ (แต่ไปอยู่ปรโลกซะแล้ว…) ซึ่งทั้ง 2 แพทเทิร์นนี้เบสหลักและคู่เบสสลับ จะอยู่บนสาย 6 และ 5 แล้วแต่รูปคอร์ด ซึ่งเบสหลักและคู่เบสสลับนั้นจะเล่นอยู่ที่จังหวะที่ 1 และจังหวะที่ 3 ของห้อง (เมื่อ 1 ห้องมี 4 จังหวะ) นอกจาก 2 รูปแบบนี้แล้วยังมีลักษณะการเล่นเบสแบบที่จังหวะที่ 3 เล่นเบสตัวเดียวกับจังหวะที่ 1ได้แก่แพทเทิร์นแบบ 6-4-6-4 หรือ 5-4-5-4 ซึ่งเป็นสไตล์การเ่ล่นของ Merle Travis นักกีตาร์แนว Thumb Picking รุ่นบุกเบิกดั้งเดิม (ไปรอ chet อยู่ก่อนแล้ว คาดว่าตอนนี้คงจะนั่งเล่นกีตาร์กันสนุกสนานเลยครับ)
คราวนี้เราลองมาฝึกเล่นกันเลยนะครับ สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าคอร์ดไหนเบสอยู่เส้นไหน ให้ลองศึกษาดูในเรื่องเกากีตาร์เบื้องต้นนะครับ สำหรับสัญลักณ์ที่จะใช้แทนนิ้วต่าง ๆ ใน tab ได้แก่ :
| p | นิ้วโป้ง | a | นิ้วนาง | |
| i | นิ้วชี้ | c | นิ้วก้อย (ปกติจะไม่ได้ใช้) | |
| m | นิ้วกลาง |
คุณสามารถทดลองฟังตัวอย่างในแบบ midi โดยคลิ๊กที่รูปลำโพงนะครับ
![]() |
![]() |
จาก 2 ตัวอย่างแรกคงจะพอคุ้นเคยกับการใช้นิ้วโป้งเล่นเบสสลับแล้วนะครับ คราวนี้เรามาลองเพิ่มการเล่นโน๊ตอื่น ๆ เพิ่มเข้าไป เพื่อเพิ่มสีสันให้กับเพลง สังเกตตัวโน๊ตที่หางชี้ขึ้นให้เล่นด้วยนิ้ว ชี้-กลาง-นาง ในขณะที่ โน๊ตที่หางชี้ลงให้เล่นด้วยนิ้วโป้ง ลองฝึกเล่นแต่ละตัวอย่าง ไปช้า ๆ แรก ๆ อาจจะติดขัดบ้าง ค่อย ๆ ฝึกไปทีละตัวอย่าง จนเริ่มดีดได้เข้าจังหวะ โดยขณะฝึกผมแนะนำให้ลองเคาะเท้ากำกับจังหวะไปด้วยจะดีมากครับ โดยนับ 1-2-3-4 ตามจังหวะใน 1 ห้องดนตรี ซึ่งจะช่วยให้เราควบคุมจังหวะการดีดได้แน่นอน เริ่มดีดช้า ๆ แล้วค่อย ๆ เล่นเร็วขึ้น



