Archive for the ‘เภสัชวิทยา’ Category
อาหารเสริม
อาหารเสริมนิวทรีไลท์
โปรตีนคือ โครงสร้างพื้นฐานที่สร้างเซลล์ เพราะในแต่ละวันจะมีการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นแทนเซลล์เก่าและซ่อมแซมตัวของมันเอง ดังนั้นโปรตีนจึงต้องการเซลล์ในการทำงาน
โครงสร้างพื้นฐานของโปรตีน ประกอบด้วยกรดอะมิโน มี 22 ชนิด มีกรดอะมิโน 9 ชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ และจำเป็นต้องได้จากอาหารทีรับประทานเข้าไป
โปรตีนมีกรดอะมิโนที่เหมาะสม 9 ชนิด เรียกว่า โปรตีนสมบูรณ์ มีในเนื้อสัตว์ พืช ผลิตภัณฑ์จากนม
โปรตีนไม่สมบูรณ์จะขาดกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย
ประโยชน์ของโปรตีน สร้างภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอการสร้างทดแทน เชื่อมประสานเซลล์ ผิวหนังสำหรับการยืดหยุ่น สร้างเอนไซม์ ฮอร์โมนและสารสื่อประสาท สร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เลือดหยุดไหล อวัยวะต่าง ๆ ผนังหลอดเลือดแข็งแรง การเจริญเติบโตบำรุงส่วนต่าง ๆ เช่น การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร เด็กที่กำลังเจริญเติบโต วัยรุ่น กล้ามเนื้อ
ภาวะการขาดโปรตีน การเติบโตช้าในวันเด็ก ระดับโปรตีนในเลือดต่ำ โลหิตจาง ผิวหนังแตกและซ่อมแซมตัวเองได้ช้า ตับเสื่อม การอุ้มน้ำ การทำงานเชื่องช้า สภาพจิตเสื่อม ความต้านทานต่ำ ประสาทไม่มั่นคง สูญเสียกล้ามเนื้อและไขมัน ผมมีเม็ดสีจางลง
คุณภาพโปรตีน ทำไมต้องเป็นนิวทริไลท์ โปรตีน สามารถนำกรดอะมิโนที่จำเป็นไปเปรียบเทียบกับกรดอะมิโนมาตรฐานที่มีคุณภาพสูงได้ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) การทดสอบค่าทางชีววิทยากับผลิตภัณฑ์นมคู่แข่ง ซึ่งมีโปรตีนเป็นพื้นฐาน นิวทริไลท์มีค่า 81% เนื้อสัตว์ 75% นมมีค่าโปรตีน 85% ความสามารถในการย่อยทั่วไปจะย่อยได้น้อยกว่า นิวทริไลท์โปรตีน 97%
ส่วนประกอบ แลคตัลบูมิน เป็นโปรตีนที่สกัดจากนม แป้งถั่วเหลืองที่มีโปรตีนสูง ยังมีธาตุเหล็กมาก ลดคลอเรสเตอรอล
กรดอะมิโน 9 ตัวที่จำเป็น
กรดอะมิโน คุณประโยชน์
ไลซีน ซ่อมแซม ลำเลียงกรดไขมัน สร้างภูมิคุ้มกันฮอร์โมนและเอนไซม์
เมไธโอนีน รักษาสมดุลของไนโตรเจนที่เหมาะสม รักษาน้ำหนัก
ลิวซีน รักษาสมดุลของไนโตนเจน
ไอโซนลิวซีน รักษาสมดุลของไนโตรเจน
ธรีโอนีน รักษาสมดุลของไนโตรเจน
เฟนนิลอลานีน สร้างเซลล์สมองให้เต็มกระโหลก เพิ่มระดับอดีนารีนและในเลือด เม็ดสีผมและผิวหนัง
ฮีสตีคีน จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต
ทริปโตเฟน ช่วยสร้างไนอาซีนให้นอนหลังสนิท หน้าที่แอนตี้เพรสเซนต์ จำเป็นสำหรับการให้วิตามินเอได้อย่างเหมาะสม
เวลีน จำเป็นสำหรับระบบประสาท
ประโยชน์ของวิตามินซี
1. สร้างคอลลาเจน - เพื่อการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนสึกหรอ
2. เพิ่มภูมิต้านทาน - สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวให้แข็งแรง
- โกลบิน (โปรตีนขนาดใหญ่ – สร้าง Antibody)
- อินเตอเฟอรอน ทำลายเซลล์มะเร็ง
- พลอสตาแกลนดิน (สร้างฮอร์โมน)
สำหรับคุณผู้ทั้งหลายมาอ่านทางนี้กันหน่อย ” ยาที่ห้ามใช้เมื่อทานยาคุมกำเนิด”
ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด
ปัจจุบัน ยาเม็ดคุมกำเนิดส่วนใหญ่มีระดับฮอร์โมนต่ำกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะส่วนของฮอร์โมนเอสโตรเจน ( แต่เดิมต้องใช้มากถึง 50 ไมโครกรัม หรือ 0.05 มิลลิกรัม ปัจจุบัน เหลือเพียง 20, 30, 35 ไมโครกรัม ) จึงพบอาการข้างเคียงต่างๆลดลง แต่ก็ยังอาจพบได้บ้าง ได้แก่ คลื่นไส้ , อาเจียน , ปวดศรีษะ , ตึงคัดเต้านม , เป็นฝ้า , น้ำหนักเพิ่ม ซึ่งอาจพบภายใน 2-3 เดือนแรก แล้วจะค่อยๆหายไป อย่างไรก็ตาม ถ้าพบอาการข้างเคียงนี้มาก และ/หรือ ไม่หายภายใจ 2-3 เดือน ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกรต่อไป
อาการเลือดออกกะปริดกะปรอย มักพบในผู้ที่ลืมรับประทานยา หรือรับประทานยาไม่สม่ำเสมอ ( ไม่เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน ) ถ้าเกิดจากสาเหตุนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยการรับประทานยาให้ตรงเวลาทุกวันเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม อาจพบอาการนี้ได้ในระยะ 2-3 เดือนแรกของการใช้ยา ถ้ามีเลือดออกเล็กน้อย ให้รับประทานยาต่อไป อาการจะหายได้เอง แต่ถ้ามีเลือดออกมาก ก็ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกรต่อไป
ยาที่ต้องระวังเมื่อใช้กับยาคุมกำเนิด
ลดประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิด
ยาปฏิชีวนะ
แอมพิซิลลิน Ampicillin
Penicillin
Neomycin
Nitrofurantoin
Sulfa – Cotrimoxazole
Tetracycline
ยากันชัก
Carbamazepine
Phenobarbital
Phenytoin
Primidone
ยาแก้ปวด
Phenylbutazone
ยาต้านวัณโรค
Isoniazid
Rifampicin
ยาอื่นที่ถูกรบกวนโดยยาคุมกำเนิด
ยาลดน้ำตาลในเลือด ทุกชนิด รวมทั้ง อินซูลิน
ยาลดความดันโลหิต
Gunethidine
Methyldopa
ยากันการแข็งตัวของเลือด ทุกชนิด
ยาบรรเทาอารมณ์ซึมเศร้า
Clomipramine
Imipramine
ข้อห้ามใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด
– โรคของถุงน้ำดี
– เป็นโรคหรือเคยเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง และ โรคหลอดเลือดอุดตัน เป็นต้น
– โรคตับ
– มีเลือดออกจากโพรงมดลูก โดยไม่ทราบสาเหตุ
ที่มา http://www.geocities.com/hotsprings/bath/8143/drug_oral_contraceptive.html
หญิง-ชายพึงรู้ภัยร้าย ยาเสียตัว ผลถึงชีวิต!
ยาเสียสาว-ยาเสียตัว
ไม่ใช่ชื่อใหม่ บรรดานักเที่ยวต่างรู้ดีและไม่อยากตกเป็นเหยื่อ ขณะที่ปัจจุบันยาเหล่านี้ไม่ได้ใช้มอมเฉพาะ สาวเล็ก-สาวใหญ่ เพียงอย่างเดียว แต่ หนุ่มน้อย-หนุ่มใหญ่ ก็ยังคงตกเป็นเหยื่อหลายครั้งหลายครา ยิ่งใกล้ถึง ช่วง หยุดยาวนักขัตฤกษ์ เทศกาลสงกรานต์ ผู้คนต่างเข้าไป กินดื่ม ตามสถานบันเทิงกันหนาแน่นมากขึ้น ยิ่งเป็นหอีกจุดเสี่ยงที่ควรจับตามอง
ไม่ต่างจากเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแห่งหนึ่ง (บ้านชาย) เคยเป็นทั้งผู้กระทำและถูก กระทำ เราได้คุยกับเด็กกลุ่มหนึ่งที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีข่มขืนกระทำชำเรา
เอ (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า ละแวกบ้านเป็นชุมชนแออัดซึ่งเด็กที่มีพฤติกรรมเกเรจะรู้จักกันหมด จนตั้งกลุ่มเป็นแก๊งใหญ่คอยช่วยเหลือกันและกัน ทำให้รู้จักแหล่งค้ายามอมสาวเป็นอย่างดี โดยซื้อยาโดมิคุม หรือรู้จักในวงการว่า ไอ้คุ่ม ราคาเม็ดละ 100 บาท เหยื่อส่วนใหญ่เพื่อน ๆ ที่อยู่ในโรงเรียนแนะนำให้รู้จัก ซึ่งพอเหยื่อตายใจก็จะชักชวนไปนั่งเล่นห้องเพื่อนที่ค่อนข้างมีระดับ เช่น คอนโดฯ ที่มีเครื่องเสียงและเครื่องเล่นซีดี
ส่วนมากหลอกเหยื่อ มาในเวลากลางวัน โดยจะพากันโดดเรียนมานั่งเล่นในห้องดังกล่าว พอหญิงสาวตายใจ เอจะให้เพื่อนทำทีไปซื้อน้ำอัดลมมาเลี้ยง และลอบใส่ยาที่บดเตรียมไว้แล้วในน้ำให้เหยื่อดื่ม ไม่กี่อึดใจสาวน้อยที่คึกคักก็หลับใหลไม่รู้ตัว คนร้ายที่เป็นตัวตั้งตัวตีทำการข่มขืนกระทำชำเราก่อนเป็นคนแรกหลังจากนั้น เพื่อนคนอื่นค่อย ๆ เรียงคิว
เอ ยอมรับว่า มีแฟนอยู่แล้วและมีเพศสัมพันธ์กันบ่อย แต่เหตุที่ทำไปเนื่องจากเพื่อน ๆ ในกลุ่มยุยงและอารมณ์ชั่ววูบ
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นฝ่ายหญิงตื่นขึ้นอย่างสะลึมสะลือ ขณะที่คนร้ายต่างเตรียมอาวุธไว้ข่มขู่ไม่ให้เธอนำเหตุการณ์นี้ไปบอกใคร เอ บอกว่า ทำมาแล้วหลายครั้งเด็กผู้หญิงหลายคนก็ไม่ยอมบอกใครเพราะอับอาย และยังมีเด็กสาวบางส่วนที่นึกว่าการ กระทำของพวกเขาในครั้งนี้เป็นเรื่องธรรมดา
แต่ใช่ว่าฝ่ายหญิงโดน กระทำเพียงอย่างเดียว ฝ่าย ชายเองที่ขนาดได้สมญานามว่า เสือผู้หญิงก็เคยโดนลูบคมมาแล้ว
หนุ่ม (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า ก่อนเข้ามาอยู่ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กฯ เคยค้ายาบ้ามาก่อน มีอยู่ครั้งหนึ่งไปเที่ยวผับกับเพื่อนก่อนนำยาบ้าไปส่งให้ลูกค้า ได้รู้จักกับหญิงสาวนางหนึ่งรูปร่างอวบอิ่มเชื้อเชิญให้เขาร่ำสุราอยู่ค่อน คืน หลังจากนั้นจึงพากันไปที่โรงแรม
ฝ่ายหญิงทำทีขอตัวไปอาบน้ำชำระคราบไคล ขณะที่หนุ่มนอนรออยู่บนเตียง ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งเธอก็ออกมาพร้อม กับผ้าขนหนูคลุมกายผืนเดียว หนุ่มสังเกตเห็นว่าพอออกมาหญิงสาวใช้ผ้าเช็ดหยดน้ำที่เกาะบนร่างเปลือยเปล่า เกือบทุกส่วนยกเว้นปทุมถันที่เธอระมัดระวังใช้ผ้าเพียงซับ ๆ ให้พอเป็นพิธี
แล้วหนุ่มก็ได้กระทำล่วงล้ำบนเนินอกอันอวบอิ่มของ หญิงสาว หนุ่มเล่าว่า รู้สึกฝาด ๆ ลิ้น แต่ไม่ทันได้คิดอะไรมากกว่านั้นเขาก็รู้สึกมึนหัวสลบลง ตื่นขึ้นมาอีกทีพร้อมกับร่างเปลือยเปล่า ไร้เงาสาวเจ้าสวรรค์ล้มครืน
หนุ่มตรวจดูทรัพย์สินพบว่า เงินในกระเป๋าหายเกลี้ยง ขณะที่ยาบ้าลอตใหญ่ก็หายไปด้วย เขาคิดอะไรไม่ออกจึงใช้โทรศัพท์โรงแรมโทรฯ ไปบอกเพื่อนให้มารับ
นพ.พงศพันธ์ วงศ์มณี รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ยามอมสาวที่คนร้ายนำมาใช้ เป็นยานอนหลับที่มีการควบคุมอย่างใกล้ชิด เมื่อซื้อต้องมี ใบสั่งแพทย์หรือบางชนิดใช้ ในโรงพยาบาลอย่างเดียว แต่การแพร่ระบาดของยาส่วนใหญ่ เกิดจากการลักลอบนำเข้าประเทศ เนื่องจากบางประเทศตัวยาเหล่านี้ไม่ได้รับการควบคุมอย่างจริงจัง
ยาส่วนใหญ่ที่คนร้ายใช้คือโดมิคุม ออกฤทธิ์ต่อจุด ศูนย์กลางการหายใจบริเวณสมองทำให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายและง่วงนอน แต่หากใช้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือยาชนิดอื่นที่ออกฤทธิ์เหมือนกัน อาจทำให้ผู้ใช้เสียชีวิตได้
“โดมิคุม” หากใช้ติดต่อกันนาน ๆ อาจทำให้ติดได้ เนื่องจาก เมื่อได้รับเข้าไปแล้ว จะรู้สึกมีความต้องการอีก หากไม่ได้รับอาจมีความรู้สึกนอนไม่หลับ แต่บางกรณีใช้ติดต่อกันนานทำให้ดื้อยานอนไม่หลับ
ยาอีกตัวคือ อัลปราโซแลม มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อและทำให้เกิดอาการง่วงนอน ไม่มีแรง สูญเสียความทรงจำหลังจากใช้ยา โดยผู้ใช้รู้สึกง่วงนอนเมื่อทานเข้าไป 15 นาที ซึ่งมีฤทธิ์อยู่ 8-9 ชั่วโมง ยานี้ส่วนใหญ่ใช้กับผู้ป่วยทางจิตที่มีอาการคลุ้มคลั่งหมอจะให้ยาตัวนี้ เพื่อผ่อนคลาย
ยาเหล่านี้เมื่อผสมกับน้ำไม่มีสีและรสทำให้ยากแก่การสังเกต ซึ่งเหล่ามิจฉาชีพนิยมนำยาผสมใส่กับน้ำเพื่อให้เหยื่อดื่ม ทางหลีกเลี่ยงที่ดีที่สุดคือ ไม่ควรเข้าไปในที่อโคจรเพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงในการโดนมอมยามากที่สุด ขณะเดียวกันก็ไม่ควรดื่มน้ำจากคนแปลกหน้าหรือวางแก้วไว้ไกลตัว อาจทำให้คนร้ายแอบใส่ยาลงไปได้
ส่วนผู้ชายเองก็ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเช่นกัน โดยใช้หญิงสาวเป็นตัวหลอกล่อ พอเผลอก็แอบใส่ยาในเครื่องดื่ม หรือแต้มไว้ตามจุดสำคัญของ ร่างกายเพื่อหลอกล่อให้ฝ่ายชายรับประทานเข้าไป
สำหรับโทษของผู้ที่นำยาเหล่านี้ขายให้ผู้อื่นโดยไม่มีใบสั่งยามีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
“บ้านใดก็ตามที่มีผู้ใช้ยาเหล่านี้อยู่ ควรเก็บไว้ให้พ้นมือเด็ก เพราะมีคนไข้บางรายมีหลานเห็นแล้วแอบเอาไปเล่น ผสมกับน้ำหวานให้เพื่อนดื่ม ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากเพราะเป็นสารที่มีความร้ายแรง หากเด็กไม่มีภูมิต้านทานพออาจเสียชีวิต”
Dormicum(Midazolam) 15 มก
คุณสมบัติเด่นของโดมิคุม (Dormicum)
คุณสมบัติเด่นคือ ฤทธิ์สงบประสาท ทำให้นอนหลับ และฤทธิ์ทำให้สูญเสียความทรงจำชั่วขณะ (Anterograde amnesia) ทำให้นิยมใช้ในการนำสลบโดยฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ
การให้ยาโดยการรับประทานจะเริ่มปรากฏฤทธิ์ที่ทำให้ง่วงที่เวลาประมาณ 15 นาที ขณะที่การฉีดเข้าหลอดเลือดดำจะออกฤทธิ์ภายในเวลา 1-5 นาที
# อาการไม่พึงประสงค์
อาการที่พบบ่อยได้แก่ ง่วงซึม เดินเซ หากได้รับยาติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาวะพึ่งยาทั้งทางร่างกายและจิตใจได้ และเมื่อหยุดยากะทันหันก็อาจก่อให้เกิดอาการถอนยาคือ อาการนอนไม่หลับ (rebound insomnia) การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำอาจกดการหายใจ และทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ
อาการอื่นๆที่พบบ้างได้แก่ พฤติกรรมบกพร่อง ความจำด้อยลง ปวดศรีษะ มึนงง สับสน วิตกกังวล ไม่อยู่นิ่ง เปลี้ย เวียนศรีษะ เพ้อ กระสับกระส่าย เดินเซ ฝันร้าย พูดไม่ชัด คลื่นไส้ อาเจียน ปากแห้ง ท้องผูก
# การเกิดพิษเฉียบพลัน
การได้รับโดมิคุม (Dormicum) เกินขนาด จะทำให้เกิดอาการซึมมาก หลับนานผิดปกติ กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน การตอบสนอง (reflex) ลดลง สับสน ไม่รู้สึกตัว และโคม่า
หากมีอาการนอนไม่หลับ ประสาทหลอน พฤติกรรมผิดปกติ ควรหยุดยาทันทีและรีบปรึกษาแพทย์
# การใช้ยาในทางที่ผิด
นำไปใช้ในการก่ออาชญากรรม
ใช้ยาอย่างไรให้ถูกวิธี
ยา เป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ซึ่งยาแต่ละชนิดก็มีวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน เช่น ยาทา ยาฉีด ยากิน เป็นต้น หากเราใช้ยาไม่ถูกต้อง หรือใช้โดยไม่ระมัดระวัง อาจทำให้เกิดโรคอื่นแทรกซ้อนและทำให้เกิดอันตรายได้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ยา เราจึงควรมีความรู้เกี่ยวกับการใช้ยา ทั้งในเรื่องของการใช้ยาที่ถูกต้อง รู้จักวิธีการเก็บรักษายาไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว และรู้จักสังเกตว่ายานั้นเสื่อมสภาพหรือยัง ดังนี้
|
1.
|
ใช้ให้ถูกโรค คือ ใช้ยาให้ตรงกับโรคที่เป็น เราไม่ควรซื้อยาหรือใช้ยาตามคำบอกเล่าของคนอื่น หรือหลงเชื่อคำโฆษณา ควรจะให้แพทย์ หรือเภสัชกรเป็นคนจัดให้ เพราะหากใช้ยาไม่ถูกกับโรค อาจทำให้ได้รับอันตรายจากยานั้นได้ หรือไม่ได้ผลในการรักษา และยังอาจเกิดโรคอื่นแทรกซ้อนได้ เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะทั้งที่โรคที่เป็นไม่เกี่ยวกับการติดเชื้อเลย ซึ่งทำให้เชื้อโรคเกิดการดื้อต่อยาปฏิชีวนะได้ในภายหลัง | |
|
2.
|
ใช้ยาให้ถูกกับคน คือ ต้องดูให้ละเอียดก่อนใช้ว่า ยาชนิดใดใช้กับใคร เพศใด และ อายุเท่าใด เพราะอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของคนแต่ละเพศ แต่ละวัยมีความแตกต่างกัน เช่น ในเด็กการตอบสนองต่อยา จะเร็วกว่าผู้ใหญ่มาก ในสตรีมีครรภ์ยาหลายชนิด มีผลทำให้ทารกพิการได้ ในสตรีที่ให้นมบุตรก็ต้องระวัง เพราะยาอาจถูกขับทางน้ำนม ซึ่งจะส่งผลให้ทารกได้ ในผู้สูงอายุการทำลายยา โดยตับและไตจะช้ากว่าคนหนุ่มสาว | |
|
3.
|
ใช้ยาให้ถูกเวลา ควรปฏิบัติดังนี้ |
|
•
|
การรับประทานยาก่อนอาหาร ต้องรับประทานยาก่อนอาหารอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ถึงหนึ่งชั่วโมง เพื่อให้ยาถูกดูดซึมได้ดี ถ้าลืมกินยาในช่วงดังกล่าว ก็ให้รับประทาน เมื่ออาหารมื้อนั้นผ่านไปแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะจะทำให้ยาถูกดูดซึมได้ดี | |
|
•
|
การรับประทานยาหลังอาหาร โดยทั่วไปจะให้รับประทานยา หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ประมาณ 15 – 30 นาที | |
|
•
|
การรับประทานยาหลังอาหารทันที หรือพร้อมอาหาร ให้รับประทานยาทันที หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว หรือจะรับประทานยาในระหว่างที่รับประทานอาหารก็ได้ เพราะยาประเภทนี้ จะระคายเคืองต่อกระเพาะมาก หากรับประทานยาในช่วงที่ท้องว่าง อาจทำให้กระเพาะเป็นแผลได้ | |
|
•
|
การรับประทานยาก่อนนอน ให้รับประทานยาก่อนเข้านอนตอนกลางคืนประมาณ 15-30 นาที | |
|
•
|
การรับประทานยาเมื่อมีอาการ ให้รับประทานยาเมื่อมีอาการของโรค เช่น ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ และยาลดไข้ แก้ปวด |
|
4.
|
ใช้ยาให้ถูกขนาด ควรรับประทานให้ถูกขนาดตามที่แพทย์ หรือเภสัชกรแนะนำ จึงจะให้ผลดีในการรักษา และควรใช้อุปกรณ์มาตรฐานในการตวงยา ไม่ใช้ช้อนทานข้าวหรือช้อนชงกาแฟ เพราะจะทำให้ได้ปริมาณยาที่ไม่ถูกต้อง แต่หากต้อง สามารถเปรียบเทียบหน่วยมาตรฐานดังนี้ |
|
1 ช้อนชา (มาตรฐาน)
|
=
|
5 มิลลิลิตร |
=
|
2 ช้อนกาแฟ (ในครัว) |
=
|
1 ช้อนกินข้าว | |
|
1 ช้อนโต๊ะ (มาตรฐาน)
|
=
|
15 มิลลิลิตร |
=
|
6 ช้อนกาแฟ (ในครัว) |
=
|
3 ช้อนกินข้าว |
|
5.
|
ใช้ยาให้ถูกวิธี มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ |
ยาที่ใช้ภายนอก ได้แก่ ขี้ผึ้ง ครีม ยาผง ยาเหน็บ ยาหยอด มีข้อดีคือมีผลเฉพาะบริเวณที่ให้ยาเท่านั้นและมีการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อย จึงไม่ค่อยมีผลอื่นต่อระบบในร่างกาย ข้อเสียคือ ใช้ได้ดีกับโรคที่เกิดบริเวณพื้นผิวร่างกายเท่านั้น และฤทธิ์ของยาอยู่ได้ไม่นาน โดยมีวิธีการใช้ดังนี้
|
•
|
ยาใช้ทา ให้ทาเพียงบาง ๆ เฉพาะบริเวณที่เป็นหรือบริเวณที่มีอาการ ระวังอย่าให้ถูกน้ำล้างออกหรือ ถูกเสื้อผ้าเช็ดออก |
|
|
•
|
ยาใช้ถูนวด ก็ให้ทาและถูบริเวณที่มีอาการเบาๆ | |
|
•
|
ยาใช้โรย ก่อนที่จะโรยยาควรทำความสะอาดแผล และเช็ดบริเวณที่จะโรยให้แห้งเสียก่อน ไม่ควรโรยยาที่ แผลสด หรือแผลมีน้ำเหลือง เพราะผงยาจะเกาะกันแข็งและปิดแผล อาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคภายใน แผลได้ |
|
|
•
|
ยาใช้หยอด จะมีทั้งยาหยอดตา หยอดหู หยอดจมูกหรือพ่นจมูก |
ยาที่ใช้ภายใน ได้แก่ ยาเม็ดยาผง ยาน้ำ ข้อดี คือ สะดวก ปลอดภัย และใช้ได้กับยาส่วนใหญ่ แต่มีข้อเสียคือ ออกฤทธิ์ได้ช้าและปริมาณยาที่เข้าสู่กระแสเลือดอาจแตกต่างกันตามสภาพการดูดซึม โดยมีวิธีการใช้ดังนี้
|
•
|
ยาเม็ดที่ให้เคี้ยวก่อนรับประทาน ได้แก่ ยาลดกรดและยาขับลมชนิดเม็ดทั้งนี้เพื่อให้เม็ดยาแตกเป็นชิ้นเล็ก จะได้มีผิวสัมผัสกับกรดหรือฟองอากาศในกระเพาะอาหารได้มากขึ้น | |
|
•
|
ยาที่ห้ามเคี้ยวให้กลืนลงไปเลย ได้แก่ ยาชนิดที่เคลือบน้ำตาล และชนิดที่เคลือบฟิล์มบางๆ จับดูจะรู้สึกลื่น ยาดังกล่าวเป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์เนิ่นนาน ต้องการให้ยาเม็ดค่อยๆ ละลายทีละน้อย | |
|
•
|
ยาแคปซูล เป็นยาที่ห้ามเคี้ยวให้กลืนลงไปเลย ข้อดีคือรับประทานง่าย เพราะกลบรส และกลิ่นของยาได้ดี | |
|
•
|
ยาผง มีอยู่หลายชนิด และใช้แตกต่างกัน เช่น ตวงใส่ช้อนรับประทานแล้วดื่มน้ำตาม หรือชนิดตวงมาละลายน้ำก่อน และยาผงที่ต้องละลายน้ำในขวด ให้ได้ปริมาตรที่กำหนดไว้ก่อน ที่จะใช้รับประทาน เช่นยาปฏิชีวนะชนิดผงสำหรับเด็ก โดยน้ำที่นำมาผสมต้องเป็น น้ำดื่มที่ต้มสุกและทิ้งให้เย็น ต้องเก็บในตู้เย็นที่ไม่ใช่ช่องแช่แข็ง และหากใช้ไม่หมดใน 7 วันหลังจากที่ผสมน้ำแล้วให้ทิ้งเสีย | |
|
•
|
ยาน้ำแขวนตะกอน (Suspension) เช่น ยาลดกรดต้องเขย่าขวดให้ ผงยาที่ตกตะกอนกระจายเป็นเนื้อเดียวกัน จึงรินยารับประทาน ถ้าเขย่าแล้วตะกอนยังไม่กระจายตัว แสดงว่ายานั้นเสื่อมคุณภาพแล้ว | |
|
•
|
ยาน้ำใส เช่น ยาน้ำเชื่อม ต้องเขย่าขวดก่อนใช้ ถ้าเกิดผลึกขึ้น หรือเขย่าแล้วไม่ละลาย ไม่ควรนำมารับประทาน | |
|
•
|
ยาน้ำแขวนละออง (Emulsion) เช่น น้ำมันตับปลา ยาอาจจะแยกออกให้เห็นเป็นของเหลว 2 ชั้น เวลาจะใช้ให้เขย่าจนของเหลวเป็นชั้นเดียวกันก่อน จึงรินมารับประทาน ถ้าเขย่าแล้วยาไม่รวมตัวกัน แสดงว่ายานั้นเสื่อมคุณภาพแล้ว |
การเก็บรักษายา
|
1.
|
ควรตั้งให้พ้นจากมือเด็ก เพราะ ยาบางชนิดมีสีสวย เช่นยาบำรุงเลือดที่มีเหล็กเป็นส่วนประกอบ | |||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
2.
|
ไม่ตั้งตู้ยาในที่ชื้น ควรตั้งอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ควรเก็บยาให้ห่างจาก ห้องครัว ห้องน้ำ และต้นไม้ | |||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
3.
|
ควรจัดตู้ยาให้เป็นระเบียบ โดยแยก ยาใช้ภายนอก ยาใช้ภายใน และเวชภัณฑ์ เพื่อป้องกันอันตรายจากการหยิบยาผิด | |||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ยานอนหลับ
ยานอนหลับ คือ ยาที่ออกฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน และมักช่วยบรรเทาอาการตึงเครียดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม บางท่านที่ไม่มีปัญหานอนไม่หลับ แต่กลับได้รับยานอนหลับมากิน ในขณะที่บางท่านอาจจะรู้สึกเครียด หรือวิตกกังวล ซึ่งยานอนหลับ ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีค่ะ
ทางการแพทย์ถือว่ายากลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่ต้องระมัดระวังในการใช้เป็นพิเศษ ซึ่งจะต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยตนเองจากร้านขายยาทั่วไป ดังนั้น ในกรณีที่มีการจำหน่ายยากลุ่มนี้โดยไม่มีใบสั่งแพทย์ จะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ปัจจุบันนี้การใช้ยานอนหลับ ในการรักษาอาการนอนไม่หลับ ได้รับความนิยมอย่างสูง และมียานอนหลับในท้องตลาดหลากหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งอาจทำให้หลายท่านเข้าใจว่า การใช้ยานอนหลับเป็นการรักษาอาการนอนไม่หลับ แต่ความจริงแล้วการใช้ยานอนหลับ ไม่ได้รักษาอาการนอนไม่หลับ เพียงแค่ทำให้อาการนอนไม่หลับของท่านทุเลาลงเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมีมิจฉาชีพบางประเภท ที่นำคุณสมบัติของยานอนหลับมาใช้มอมยาเหยื่อ เพื่อล่วงละเมิดทางเพศหรือลักทรัพย์ ดังที่เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์บ่อยๆ
